 |
| อุปกรณ์สำหรับใช้ก๊าซ NGV กับ NGV PLUS |
| 1 สำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบเบนซิน |
| 1.1 ระบบเชื้อเพลิงทวิ (Bi-Fuel System) ซึ่งเป็นระบบที่สามารถเลือกใช้น้ำมันเบนซิน หรือใช้ NGV เป็นเชื้อเพลิงได้ โดยเพียงแต่ปรับสวิตช์เลือกใช้เชื้อเพลิงเท่านั้น ระบบนี้มีทั้งผลิตจากโรงงานโดยตรง หรือนำรถยนต์เบนซินเดิมมาติดตั้งอุปกรณ์ใช้ NGV เพิ่มเติม ซึ่งแบ่งได้ 2 ระบบ คือ |
| 1.1.1 ระบบดูดก๊าซ (Fumigation System) ซึ่งจะมีอุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ (Gas Mixer) ทำหน้าที่ผสม
อากาศที่เครื่องยนต์ดูดเข้าไปกับก๊าซ NGV ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับการเผาไหม้ ก่อนที่จะจ่ายเข้าเครื่องยนต์ ระบบนี้ใช้กับเครื่องยนต์ที่จ่ายน้ำมันเบนซินด้วยคาร์บูเรเตอร์และหัวฉีด อุปกรณ์หลัก ๆ ประกอบด้วย |
| 1.1.1.1 ถังก๊าซ ซึ่งต้องรับความดันก๊าซโดยปกติสูงถึง 200 บาร์หรือ 3,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว จึงต้องมีความ
แข็งแรง ถังก๊าซอาจจะทำด้วยเหล็กหรืออลูมิเนียมหรือเรซิ่นเสริมใยสังเคราะห์ก็ได้ ขนาดถังที่ติดตั้งกับรถยนต์ส่วนบุคคลและ
รถแท็กซี่ขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นถังเหล็ก ขนาดความจุประมาณ 70 ลิตร (น้ำ) มีน้ำหนักประมาณ 63 กก. เมื่อรวมกับน้ำหนักก๊าซ NGV ที่บรรจุเต็มถังอีกประมาณ 15 กก. จะมีน้ำหนักรวมประมาณ 78 กก. ติดตั้งอยู่ในกระโปรงหลังรถซึ่งจะทำให้มีที่พื้นที่เก็บของน้อยลงไป
1.1.1.2 เต้ารับเติมก๊าซ ทำหน้าที่รับก๊าซไปบรรจุในถังก๊าซที่ติดตั้งในกระโปรงหลังรถ
1.1.1.3 หม้อต้มหรืออุปกรณ์ปรับความดันก๊าซ (Pressure Regulator) เป็นอุปกรณ์ที่จะลดความดันก๊าซจาก
ถังก๊าซให้อยู่ในระดับที่จะใช้งานในเครื่องยนต์ เนื่องจากเมื่อลดความดันก๊าซแล้ว ก๊าซจะเย็นลงจนอาจจะทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะหม้อต้มหรืออุดตันทางไหลของก๊าซได้ จึงต้องใช้น้ำที่ระบายความร้อน จากเครื่องยนต์มาอุ่น คนทั่วไปจึงเรียกอุปกรณ์ลดความดันนี้ว่า หม้อต้ม
1.1.1.4 อุปกรณ์ปรับเวลาการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ (Timing Advancer) ทำหน้าที่ปรับจังหวะการจุดระเบิด
ของหัวเทียนให้เหมาะกับการเผาไหม้ก๊าซ (กรณีที่ใช้ก๊าซจะปรับให้หัวเทียนจุดระเบิดเร็วขึ้น เนื่องจากต้องการเวลาในการเผาไหม้นานกว่าน้ำมันเบนซิน)
1.1.1.5 สวิทช์เลือกชนิดเชื้อเพลิง ทำหน้าที่ตัด / ต่อระบบควบคุมแต่ละเชื้อเพลิงที่ต้องการใช้
ระบบดูดก๊าซนี้ ยังสามารถแบ่งระบบควบคุมการจ่ายก๊าซได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ แบบวงจรเปิด (Open Loop) และแบบ
วงจรปิด (Close Loop) |
| ก. แบบวงจรเปิด จะมีอุปกรณ์หลักๆ ดังข้อ 1.2.1.1-1.2.1.5 ปริมาณก๊าซที่จ่ายจะเข้าไปผสมกับอากาศที่
บริเวณท่อร่วมไอดี โดยอาศัยแรงดูดจากอากาศที่ป้อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ทั้งนี้ปริมาณก๊าซที่จ่ายจะขึ้นอยู่กับการปรับตั้งสกรูปรับก๊าซ หรือวาล์วจ่ายก๊าซ ที่ผู้ติดตั้งทำการปรับแต่ง ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถควบคุมประสิทธิภาพการเผาไหม้ของก๊าซให้สมบูรณ์ได้ในทุกช่วงการทำงานของเครื่องยนต์ตามสภาวะการขับขี่ต่างๆ ค่าอุปกรณ์และการติดตั้ง ประมาณ 30,000 35,000 บาท (ถังก๊าซฯ ขนาด 70 ลิตร)
ข. แบบวงจรปิด จะมีอุปกรณ์หลักๆ ดังข้อ 2.1.1-2.1.5 นอกจากนี้ยังประกอบด้วยชุดควบคุม
อิเล็คทรอนิคส์ (Electronic Control Unit) ชุดควบคุมการจ่ายก๊าซ (Actuator) ตัวตรวจวัดตำแหน่งปีกผีเสื้อ (Throttle Position Sensor)และตัวตรวจวัดออกซิเจน (Oxygen Sensor) แบบวงจรนี้จะควบคุมส่วนผสมแบบใช้อากาศพอดีสำหรับการเผาไหม้ (Lambda =1) ทำให้เกิดการเผาไหม้ของก๊าซสมบูรณ์ ทั้งนี้ปริมาณก๊าซที่จ่ายไปผสมกับอากาศที่บริเวณท่อร่วมไอดีจะถูกควบคุมโดยชุดควบคุมการจ่ายก๊าซ ซึ่งจะมีชุดควบคุมอิเล็คทรอนิคส์ควบคุมการเปิด-ปิดของโซลินอยล์วาล์วอีกทีหนึ่ง ปริมาณก๊าซที่จ่ายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณออกซิเจนที่เหลือจาการเผาไหม้ในท่อไอเสียโดยใช้ตัวตรวจวัดออกซิเจนและตำแหน่งการเปิดปิดของปีกผีเสื้อมาประมวลผลการจ่ายปริมาณก๊าซให้เหมาะกับการทำงานของเครื่องยนต์ตามสภาวะการขับขี่ต่างๆ ค่าอุปกรณ์และการติดตั้ง ประมาณ 40,000 50,000 บาท (ถังก๊าซฯ ขนาด 70 ลิตร) |
| 1.1.2 ระบบฉีดก๊าซ (Multi Point Injection System, MPI) ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์หลักๆ ดังนี้ |
1.1.2.1 ชุดควบคุมอิเล็คทรอนิคส์ (Electronic Control Unit)
1.1.2.2 อุปกรณ์ปรับความดันก๊าซ (Pressure Regulator)
1.1.2.3 อุปกรณ์ปรับเวลาการ |
| จุดระเบิดของเครื่องยนต์ (Timing Advancer) สวิตซ์เลือกชนิดเชื้อเพลิง ถังบรรจุก๊าซ (CNG Cylinder) ชุดจ่ายก๊าซ
(Gas Distributor)ตัวตรวจวัดออกซิเจน(Oxygen Sensor) และตัวตรวจวัดตำแหน่งของปีกผีเสื้อ (Throttle Position Sensor) ระบบนี้มีการจ่ายเชื้อเพลิงก๊าซด้วยหัวฉีดที่ท่อไอดีของแต่ละสูบโดยเฉพาะ และควบคุมส่วนผสมแบบใช้อากาศพอดี สำหรับการเผาไหม (Lambda =1) แบบวงจรปิด (Close Loop) ซึ่งจะจ่ายก๊าซให้พอดีกับอากาศ โดยชุดควบคุมอิเลคทรอนิคส์รับสัญญาณมาจากตัวตรวจวัดออกซิเจน (วัดปริมาณออกซิเจนที่เหลือจาการเผาไหม้ในท่อไอเสีย) ตัวตรวจวัดตำแหน่งของปีกผีเสื้อและตัวตรวจวัดอื่นๆทำการประมวลผลควบคุมการเปิด-ปิดของหัวฉีดก๊าซปล่อยก๊าซออกไป ที่ท่อไอดีแต่ละสูบให้เหมาะสมกับปริมาณอากาศทุกสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ และเกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ระบบนี้ใข้กับเครื่องยนต์ที่จ่ายน้ำมันเบนซินด้วยหัวฉีด (EFI) ค่าอุปกรณ์และการติดตั้ง ประมาณ 52,000 65,000 บาท (ถังก๊าซฯ ขนาด 70 ลิตร) |
| หมายเหตุ ระบบดูดอากาศ (Fumigation System) สามารถใช้กับเครื่องยนต์จ่ายน้ำมันเบนซินด้วยหัวฉีด (EFI) ได้ ซึ่งจะทำให้มีค่าใช้จ่ายถูกลง แต่สมรรถนะของเครื่องยนต์จะลดลง นอกจากนี้ อาจเกิดปัญหาการเผาไหม้ย้อนกลับ (Back Fire) ซึ่งอาจเกิดความเสียหายได้กับท่อร่วมไอดีที่ทำมาจากพลาสติกหรือไฟเบอร์และไส้กรองอากาศ ทั้งนี้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ จะมีขนาดท่อร่วมไอดีใหญ่ขึ้นทำให้ความเร็วของอากาศที่ผสมกับก๊าซเข้าห้องเผาไหม้ช้าลง เมื่อเกิดประกายไฟจากหัวเทียนหรือ ในห้องเผาไหม้ จึงมีโอกาสเกิดการเผาไหม้ย้อนกลับได้ ทั้งนี้อาจป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยเปลี่ยนท่อร่วมไอดี เป็นชนิดเหล็กหล่อ (Cast Iron) แทน หรืออุปกรณ์ระบายความดันที่เกิดจากการเผาไหม้ย้อนกลับนี้ |
| 1.2 ระบบเชื้อเพลิงอย่างเดียว (Dedicated NGV) ส่วนใหญ่ผลิตจากโรงงานโดยตรง ใช้เครื่องยนต์ที่ออกแบบและ พัฒนาขึ้นสำหรับใช้ก๊าซธรรมชาติโดยเฉพาะ |
| ................................................................................................................................................................ |
| 2. สำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบดีเซล มี 2 แบบ |
| 2.1 รถยนต์ใช้ก๊าซ NGV เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว (Dedicated NGV) ส่วนใหญ่ผลิตจากโรงงานโดยตรง หรือปรับเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ดีเซลเดิม |
| 2.2 รถยนต์ใช้ NGV ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Dual Fuel System, DDF) ซึ่งเป็นระบบ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติร่วมกับน้ำมันดีเซล หรือใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียว อัตราส่วนก๊าซธรรมชาติต่อน้ำมันดีเซลจะขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์นั้นๆ ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ก๊าซ และคุณภาพของก๊าซที่ใช้ โดยทั่วไป สามารถใช้อัตราส่วนก๊าซธรรมชาติต่อน้ำมันดีเซลได้ร้อยละ 30 ถึง 70 ระบบนี้สามารถเลือกใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียวหรือใช้เชื้อเพลิงร่วมก็ได้ โดยการปรับสวิตช์เลือกใช้เชื้อเพลิงเท่านั้น แบ่งเป็น 2 แบบ คือ |
2.2.1 แบบดูดก๊าซ (Fumigation) ที่มีระบบควบคุมแบบธรรมดาหรือ Mechanic Control มีหลักการทำงานคือ
ก๊าซธรรมชาติความดันสูงจากถังบรรจุไหลผ่านมายังอุปกรณ์ลดความดัน จ่ายก๊าซไปผสมกับอากาศ ที่บริเวณท่อร่วมไอดี โดยใช้อุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ (Gas Mixer) และผ่านเข้าห้องเผาไหม้ ปริมาณการจ่ายก๊าซ จะขึ้นอยู่กับการปรับตั้งสกรูปรับก๊าซ ขณะเดียวกันก็จ่ายน้ำมันดีเซลเข้าห้องเผาไหม้เพื่อจุดระเบิดนำการเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติ จากผลการทดสอบในภาคสนามของรถยนต์ดีเซลขนาดเล็ก (Light Duty Diesel) ที่ติดตั้งอุปกรณ์ชนิดนี้ ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย โดยเฉลี่ยจะให้อัตราส่วนก๊าซธรรมชาติต่อน้ำมันดีเซล เท่ากับ 50: 50 สามารถจะหยัดค่าใช้จ่ายประมาณร้อยละ 25-30 และช่วยลดปริมาณควันดำลงด้วย
**หมายเหตุ อุปกรณ์ชนิดนี้ผู้ติดตั้งบางรายอาจมีการปรับแต่งปั๊มเพื่อลดการจ่ายน้ำมันดีเซลลง |
| 2.2.2 แบบดูดก๊าซ (Fumigation) ที่มีระบบควบคุมแบบวงจรปิด โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่าย
ก๊าซและน้ำมันดีเซล โดยใช้อุปกรณ์ควบคุมอิเลคทรอนิคส์ (Electronic Control Unit) หลักการทำงานคล้ายๆ กับแบบธรรมดา แต่จะสามารถป้อนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปควบคุมการจ่ายก๊าซให้เหมาะสมกับปริมาณอากาศที่เข้าห้องเผาไหม้และ ปรับการจ่ายน้ำมันดีเซลที่ปั๊มเพื่อให้อัตราส่วนก๊าซธรรมชาติต่อน้ำมันดีเซลเหมาะสมสำหรับการเผาไหม้ที่สภาวะการทำงานต่างๆ ของเครื่องยนต์ ทั้งนี้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงร่วมจะขึ้นอยู่กับการออกแบบโปรมแกรมควบคุมและการปรับตั้งอัตราส่วนผสมก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดีเซล ระบบนี้จะสามารถหยัดค่าใช้จ่ายและช่วยลดปริมาณควันดำลง เช่นกัน |
| ค่าติดตั้งอุปกรณ์ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Fumigation) มีราคาระหว่าง 30,00045,000 บาท (อุปกรณ์อาจมีราคาสูงกว่านี้หากมีระบบควบคุม เพื่อให้ก๊าซฯ ทดแทนน้ำมันดีเซลในปริมาณสูง โดยที่ไม่ทำให้เครื่องยนต์เสียหาย) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบอุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ หลักการจ่ายเชื้อเพลิงและอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิง |
| ................................................................................................................................................................ |
เปรียบเทียบระหว่างระบบดูดก๊าซ (Fumigation) และระบบฉีดก๊าซ (MPI)
| อัตราการใช้เชื้อเพลิง |
ระบบฉีดก๊าซสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยกว่าระบบดูดก๊าซเล็กน้อย |
| อัตราการเร่งของเครื่องยนต์ |
ระบบฉีดก๊าซดีกว่าระบบดูดก๊าซเล็กน้อย |
| ปริมาณมลพิษ |
ระบบฉีดก๊าซต่ำกว่าระบบดูดก๊าซเล็กน้อย |
| อัตราการประหยัดค่าเชื้อเพลิง |
ระบบฉีดก๊าซประหยัดเชื้อเพลิงเป็นเงิน 196 บาทต่อ 100 กม. ระบบดูดก๊าซประหยัดเชื้อเพลิงเป็นเงิน 188 บาทต่อ 100 กม. |
| การเผาไหม้ย้อนกลับ (Back Fire) |
ระบบดูดก๊าซมีโอกาสเกิดกับรถยนต์หัวฉีด (EFI) |
| การบำรุงรักษา ซ่อมแซม เครื่องยนต์เบนซินที่มีระบบจ่ายน้ำมัน |
ระบบดูดก๊าซดูแลง่ายกว่า และมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าระบบฉีดก๊าซ |
| เครื่องยนต์เบนซินที่มีระบบจ่ายน้ำมัน ระบบฉีดก๊าซเหมาะกับหัวฉีด (EFI) เท่านั้น |
| ระบบดูดก๊าซใช้ได้กับคาร์บูเรเตอร์และหัวฉีด |
| ค่าชุดอุปกรณ์ก๊าซและการติดตั้ง ระบบฉีดก๊าซ ราคาประมาณ 52,000 65,000 บาท |
| ระบบดูดก๊าซ ราคาประมาณ 30,000 42,000 บาท |
|
| ................................................................................................................................................................ |
ระยะเวลาคืนทุนเมื่อใช้ระบบเชื้อเพลิง NGV จะขึ้นกับระยะทางวิ่งใช้งานของรถดังนี้
| ชนิดของอุปกรณ์ |
Fumigation (OPEN LOOP) |
Fumigation (CLOSE LOOP) |
| ราคาอุปกรณ์รวมถัง FABER ขนาด 70 ลิตร (บาท) |
40,000 |
50,000 |
| ระยะทางการวิ่งต่อวัน (กม.) |
50 |
100 |
200 |
50 |
100 |
200 |
| อัตราความสิ้นเปลือง ULG (กม./ลิตร) |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
| อัตราความสิ้นเปลือง NGV (กม./ลิตร) |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
10 |
| ราคาขายปลีก ULG (บาท/ลิตร) |
27.34 |
27.34 |
27.34 |
27.34 |
27.34 |
27.34 |
| ราคาขายปลีก NGV (บาท/ลิตร) |
8.5 |
8.5 |
8.5 |
8.5 |
8.5 |
8.5 |
| อัตราความประหยัด (บาท/กม.) |
1.88 |
1.88 |
1.88 |
1.88 |
1.88 |
1.88 |
| ประหยัดค่าเชื้อเพลิงต่อวัน (บาท) |
94 |
188 |
376 |
94 |
188 |
376 |
| ระยะเวลาคืนทุน (เดือน) |
14.18 |
7.09 |
3.55 |
17.73 |
8.87 |
4.46 |
1.88 = 27.34-8.5/10
94 = 27.34 8.5 / 10 * 50 14.18 = Price / 94 /30 |
| ................................................................................................................................................................ |
ชนิดของอุปกรณ์ MPI
| ชนิดของอุปกรณ์ |
MPI |
| ราคาอุปกรณ์รวมถัง FABER ขนาด 70 ลิตร (บาท) |
65,000 |
| ระยะทางการวิ่งต่อวัน (กม.) |
50 |
100 |
200 |
| อัตราความสิ้นเปลือง ULG (กม./ลิตร) |
10 |
10 |
10 |
| อัตราความสิ้นเปลือง NGV (กม./ลิตร) |
11 |
11 |
11 |
| ราคาขายปลีก ULG (บาท/ลิตร) |
27.34 |
27.34 |
27.34 |
| ราคาขายปลีก NGV (บาท/ลิตร) |
8.5 |
8.5 |
8.5 |
| อัตราความประหยัด (บาท/กม.) |
1.96 |
1.96 |
1.96 |
| ประหยัดค่าเชื้อเพลิงต่อวัน (บาท) |
98 |
196 |
392 |
| ระยะเวลาคืนทุน (เดือน) |
22.11 |
11.05 |
5.53 |
|
| ................................................................................................................................................................ |
ระยะเวลาคืนทุนเมื่อใช้ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Dual Fuel System) (รถกระบะดีเซล)
| ชนิดอุปกรณ์ |
Fumigation |
| ราคาอุปกรณ์รวมถังก๊าซ ขนาด 90 ลิตร น้ำ (บาท) |
40,000 |
| ระยะทางการวิ่งต่อวัน (กม.) |
50 |
100 |
200 |
| อัตราความสิ้นเปลืองดีเซล (กม./ลิตร) |
10 |
10 |
10 |
| ระยะทางที่ใช้ระบบเชื้อเพลิงร่วม (กม.) |
10 |
10 |
10 |
| - ใช้ Diระยะทางที่ใช้ระบบเชื้อเพลิงร่วม (กม.)esel (ลิตร) |
0.5 |
0.5 |
0.5 |
| - ใช้ NGV (กก.) |
0.6 |
0.6 |
0.6 |
| ราคาขายปลีกดีเซล (บาท/ลิตร) |
24.19 |
21.79 |
21.79 |
| ราคาขายปลีก NGV (บาท/กก.) |
8.5 |
8.5 |
8.5 |
| อัตราค่าเชื้อเพลิง Diesel อย่างเดียว (บาท/กม.) |
2.42 |
2.42 |
2.42 |
| ราคาเชื้อเพลิง Diesel ที่ใช้เชื้อเพลิงร่วม (บาท) |
12.10 |
12.10 |
12.10 |
| ราคาเชื้อเพลิง NGV ที่ใช้เชื้อเพลิงร่วม (บาท) |
5.10 |
5.10 |
5.10 |
| อัตราค่าเชื้อเพลิงร่วม (บาท/กม.) |
1.71 |
1.71 |
1.71 |
| อัตราการประหยัด (บาท/กม.) |
0.71 |
0.71 |
0.71 |
| ประหยัดค่าเชื้อเพลิงต่อวัน (บาท) |
35.55 |
71.1 |
142.2 |
| ระยะเวลาคืนทุน (เดือน) |
37.51 |
18.75 |
9.38 |
|
| ................................................................................................................................................................ |
| มาตรฐานอุปกรณ์ความปลอดภัย |
บริษัท ดำเนินธุรกิจจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ NGV ให้กับรถยนต์ โดยได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบการจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)โดยได้มาตรฐานของปตท. คือ รถทุกคันที่ติดตั้งฯจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพและการติดตั้งให้เป็นไปตามกฎกระทรวง และผ่านการรับรองจากวิศวกรกรมขนส่งทางบก มาตรฐานโดยชุดอุปกรณ์ดัดแปลงผ่านมาตรฐาน ISO 15500 ถังบรรจุก๊าซก็ต้องได้ ISO 11439 และ NGV2 2000 พร้อมกำหนดให้มีการติดตั้งอุปกรณ์นิรภัยที่วาล์วหัวถังก๊าซ เพื่อป้องกันการระเบิดกรณีความดันและอุณหภูมิของก๊าซในถังเกินกำหนด
นอกจากนี้ รถที่ติดตั้งชุดอุปกรณ์ NGV บริษัทจะดำเนินการอำนวยความสะดวกในการออกบัตรเติมก๊าซ ในครั้งแรกให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อทดลองใช้เชื้อเพลิง NGV รวมทั้งยังดำเนินการออกบัตรทองเพื่อเติมก๊าซสำหรับการใช้ในครั้งต่อ ๆ ไป ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจสอบจากปตท. และกรมการขนส่ง ในการเข้าปั๊มไปเติมก๊าซทุกครั้ง ตรงบริเวณตัวรถยังมีการติดสติกเกอร์ "รถใช้ก๊าซธรรมชาติอัด" ที่ด้านหน้าและด้านท้ายของตัวรถ มีแผ่นป้ายแสดงหมายเลขถังพร้อมระบุวันหมดอายุด้วย |
| อายุการใช้งานมาตรฐานของถังก๊าซ |
| หลังจากใช้งานแล้วประมาณ 3 ปี ท่านสามารถนำรถที่ติดตั้งถังก๊าซ NGV มาตรวจสอบได้ที่บริษัท NGV Plus หรือกรณีที่เกิดอุบัติเหตุก็ควรนำไปตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย สำหรับระยะเวลาการใช้งานตามมาตรฐานทั่วไปนั้นสามารถใช้งานได้ประมาณ 20 ปี |
|
|