ส่งเสริม NGV ด้วยการลอยตัว LPG
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2091 26 ก.พ. - 01 มี.ค. 2549
ประชาชนโดยทั่วไปอาจไม่ทราบว่าราคาของก๊าซหุงต้ม (LPG) ที่เราใช้เป็นเชื้อเพลิงประกอบอาหารในครัวเรือน หรือตามร้านอาหารที่มีราคาประมาณ 250-260 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัมนั้น ต่ำกว่าราคาต้นทุนที่แท้จริงอยู่ถึง 200-250 บาทต่อถัง หรือประมาณครึ่งหนึ่ง เนื่องจากรัฐมีการควบคุมราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นน้ำมัน และโรงแยกก๊าซ โดยกำหนดเป็นสูตรราคา พร้อมทั้งกำหนดเพดานราคาสูงสุดไว้ และมีการใช้เงินกองทุนน้ำมันเข้ามาชดเชยราคาด้วยส่วนหนึ่ง เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนที่เกิดจากราคาก๊าซหุงต้มที่แพงขึ้น

แต่ผลจากการตรึงราคาดังกล่าว ทำให้ปริมาณการใช้ LPG เมื่อปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นมากทั้งในภาคขนส่ง และการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คือเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 โดยบรรดารถแท๊กซี่ต่างหันมาลงทุนปรับเครื่องยนต์เพื่อใช้ LPG แทนน้ำมันเบนซินที่มีราคาปรับตัวสูงขึ้นมากเฉลี่ย 5 บาทต่อลิตร ขณะที่ LPG ไม่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเลย ซึ่งเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินลดลง รวมทั้ง ยังก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบส่งออกไปขายในประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน ทำให้ประเทศต้องแบกรับภาระในการชดเชยราคา LPG ในส่วนของการบริโภคที่ไม่เป็นตามวัตถุประสงค์ เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ที่มีสัดส่วนการบริโภคเพียงร้อยละ 55 ของความต้องการใช้ LPG ในประเทศทั้งหมด

การบิดเบือนราคาที่ไม่สะท้อนต่อต้นทุนตามตลาดโลกเป็นเวลานาน ส่งผลให้การใช้ LPG เพิ่มสูงขึ้นมากผิดปกติ และอาจส่งผลกระทบในระยะยาวต่อกรณีที่เจ้าของรถยนต์ที่ได้ลงทุนเสียค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์มาใช้ LPG แทนน้ำมันเพื่อต้องการประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิง เนื่องจากรัฐมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะมีการลอยตัวราคา LPG ประมาณกลางปี 2549 ซึ่งจะทำให้ราคา LPG แพงขึ้นมาก แม้ว่าจะมีการเลื่อนเวลาการประกาศลอยตัวมาโดยตลอดก็ตาม

นอกจากนั้น ยังส่งผลกระทบต่อนโยบายการส่งเสริมการใช้ NGV ในภาคขนส่ง เนื่องจากผู้ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่ยังคงนิยมที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์มาใช้ LPG มากกว่า NGV เพราะมีค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เพียงประมาณ 10,000 บาท ขณะที่การปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์จากการใช้น้ำมันมาใช้ NGV ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง 30,000 – 50,000 บาท อีกทั้งมีความสะดวกในการหาสถานีบริการเติม LPG ที่มีมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่สถานีบริการ NGV มีเพียง 40 กว่าแห่งเท่านั้น แม้ NGV มีราคาถูกกว่าเกือบครึ่งหนึ่ง โดยในปัจจุบัน LPG มีราคา 16.81 บาท/กิโลกรัม ส่วน NGV มีราคาเพียง 8.50 บาท/กิโลกรัม ซึ่งถ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง (บาท/กิโลเมตร) NGV จะประหยัดมากกว่า ราวร้อยละ 40 ดังนั้นการเปลี่ยนมาใช้ NGV จะทำให้คุ้มต่อการลงทุนได้ภายใน 6 เดือนเท่านั้น
ดังนั้น หากรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมการใช้ NGV ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด และเป็นพลังงานทดแทนที่หาได้ในประเทศ ก็ควรเร่งลอยตัวราคา LPG ให้มีราคาสะท้อนตามต้นทุนที่แท้จริง รวมทั้งเร่งขยายสถานีบริการ NGV ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ก็จะทำให้ประชาชนหันมานิยมใช้ NGV ที่มีราคาถูกกว่า ส่วนปัญหาที่เกรงว่าราคา LPG ที่แพงขึ้นจะกระทบต่อค่าครองชีพนั้น ทางกระทรวงพาณิชย์ต้องเข้าไปควบคุมดูแลการปรับราคาอาหาร และสินค้าไม่ให้แพงขึ้นเกินความเป็นจริงของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะดีกว่าการทยอยปรับราคา LPG ขึ้นทีละน้อยดังเช่นในอดีต ที่ราคาอาหารและสินค้ามักจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งตามที่มีการปรับราคา LPG

ถึงเวลาแล้วที่รัฐต้องตัดสินใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง สร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการลอยตัวราคา LPG เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆในระยะยาว

 
NGV TOP LINK
หนังสือพิมพ์
ไทยรัฐ
เดลินิวส์
ไทยโพสต์
มติชน
มติชนสุดสัปดาห์
ข่าวสด
ประชาชาติธุรกิจ
คมชัดลึก
ผู้จัดการ
ผู้จัดการรายสัปดาห์
ผู้จัดการรายเดือน
โพสต์ทูเดย์
กรุงเทพธุรกิจ
กรุงเทพธุรกิจ Biz week
ฐานเศรษฐกิจ
แนวหน้า
สยามรัฐ
Bangkok Post
เนชั่น
เนชั่นสุดสัปดาห์
สยามธุรกิจ
บ้านเมือง

ข่าวสาร
อสมท.
สำนักข่าวกรม ประชาสัมพันธ์
สำนักข่าว INN
BEC News
Thai Town USA.
IP-TV
สำนักข่าว NOL
สำนักข่าว BBC

พลังงานไทย
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
กระทรวงพลังงาน
กรมการขนส่งทางบก
ข่าวสารพลังงานไทย
โครงการมหาวิทยาลัยรวมพลังหารสอง ของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
กรมธุรกิจพลังงาน
กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและ
อนุรักษ์พลังงาน

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน
บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน), สบพ.